ทำงานในสาย ไอที ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ปัจจุบันในโลกของเรากลายเป็นโลกยุคของไอที ซึ่งไอทีมีความจำเป็นในการดำรงชีวิต การทำงานในหลายๆอย่างไปแล้ว และไอทีก็ยังทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆที่สามารถหาเงินได้มากมาย คนที่มี ความสามารถทางด้านไอทีนั้นถือว่าเป็นความสามารถพิเศษที่สามารถหางานทำได้ง่ายและเป็นที่ต้องการ ของหลายๆบริษัท ดังนั้นวันนี้บทความนี้จะขอกล่าวถึงคุณสมบัติของคนทำงานทางด้านสายไอทีว่าการที่ เราจะทำงานในด้านสายไอทีได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จและเป็นที่ต้องการของนายจ้างมากที่สุด โดยมีดังต่อไปนี้

1.จะต้องมีทักษะด้านการบริหารโปรเจค คือมีทักษะด้านการบริหารโปรเจคงานได้ดีนั่นเอง โดยคน ที่จะมีทักษะด้านนี้ได้ดีนั้นจะต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับความฉลาดด้านการบริหารไปในตัว ซึ่งคนที่มีคุณสมบัติทั้ง2อย่างนั้นจะทำให้สามารถดูแลโครงการขนาดใหญ่ได้

2.จะต้องมีทักษะด้านการพัฒนาเว็บไซต์ เนื่องจากความต้องการของนายจ้างกับลูกจ้างไม่เหมือนกัน ทำให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์นั้นสำคัญมาก เนื่องจากจะช่วยลดช่องว่างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างลงได้

3.จะต้องมีการ Mobile applications and device management ในความต้องการปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มีการใช้ Mobile applicationกันมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นพนักงานไอทีก็ควรจะมีทักษะในด้านการพัฒนาโปรแกรมสำหรับMobile applicationนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

4.จะต้องมีทักษะในการพัฒนาโปรแกรมและแอพลิเคชั่น ซึ่งโปรแกรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ดังนั้นถ้าผู้ทำงานคนใดมีทักษะในการรู้เท่าทันความต้องการที่ซับซ้อนของตลาดที่เปลี่ยนไปแล้วสามารถพัฒนาโปรแกรมตอบสนองตลาดได้ ก็ย่อมเป็นที่สนใจของบริษัทมาก

5.จะต้องมีทักษะในด้านการดูแลความปลอดภัยของระบบและข้อมูล ในปัจจุบันมีผู้ไม่หวังดีและต้องการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของบริษัทเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นในเรื่องของความปลอดภัยในระบบออนไลน์ของบริษัทจึงเป็นเรื่องที่บริษัทส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกันมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ทำงานทางด้านIT ควรที่จะมีทักษะในการดูแลความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ในบริษัทในการป้องกันการโจรกรรมในรูปแบบต่างๆได้

6.จะต้องมีทักษะทางด้านการบริหารฐานข้อมูล ซึ่งในแต่ละบริษัทจะต้องมีฐานข้อมูลกลางในการเก็บข้อมูลต่างๆไว้ในที่เดียวเพื่อความเข้าใจร่วมกันของคนในองค์กร ดังนั้นการบริหารฐานข้อมูลที่มีจำนวนมากมายมหาศาลเป็นเรื่องที่เหนื่อยมาก เพราะต้องเข้าใจว่าฐานข้อมูลมีเรื่องอะไรบ้างและมีวิธีจัดเก็บอย่างไรบ้าง ดังนั้นผู้ที่ทำงานด้านITก็ควรมีทักษะทางด้านนี้เป็นอย่างดี

สุดท้ายเป็นคุณสมบัติที่สายไอทีควรมีคือทักษะภาษาอังกฤษเพราะในปัจจุบันมีความสำคัญในการสื่อสาร เห็นหรือไม่ว่าคุณสมบัติของการทำงานITให้ดีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายแต่ไม่เกินความสามารถ ดังนั้นผู้ที่มีความรักงานด้านสายนี้ควรจะฝึกทักษะ พัฒนาตนเองให้เก่ง ให้ทันสมัยตามความต้องการที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นที่ต้องการของนายจ้างได้มากที่สุด

Author โค้ด ลิง Category Default

งานไอทีที่ให้เงินมากสุด

ในยุคที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุค IT ไม่ว่าจะทำอะไรเดี๋ยวนี้สามารถทำผ่านอุปกรณ์ iT ได้แทบทั้งหมดเลย ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่เด็กรุ่นใหม่ๆ มักเลือกเรียนในสายนี้ เพราะในอนาคตนั้นมีงานรองรับที่หลากหลายมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่าสายงานด้าน IT นั้นก็หนักเอาเรื่องไม่แพ้สายงานอื่นๆ โดยเฉพาะด้านโปรแกรมเมอร์ที่เงินเดือนเรียกว่าดีที่สุดในสายงานนี้ แต่ปัจจุบันนั้นตลาดกำลังขาดแคลนอย่างมาก ด้วยงานที่หนักหลายคนจึงยอมแพ้ออกไปหาอย่างอื่นทำแม้กระทั่งยอมเลือกงานที่ไม่ตรงสาย ซึ่งจริงๆ แล้วงานด้านโปรแกรมเมอร์ไม่ได้นักอย่างที่คิด ทั้งนี้ต้องมีความชอบเป็นที่ตั้งก่อน แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ลองมาดูสิว่า หากอยากเป็นโปรแกรมเมอร์นั้น ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง สำรวจดูว่า ตัวเองมีคุณสมบัติเป็นโปรแกรมเมอร์หรือไม่

ก่อนอื่นจะต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากจะเป็นโปรแกรมเมอร์จริงหรือเปล่า อยากเป็นเพราะอะไร ซึ่งหากว่าอยากจะเป็นจริงๆ แต่ไม่ได้เรียนมาทางสาย IT ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม เพราะปัจจุบันมีความรู้ต่างๆ ด้าน IT ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ศึกษา ดังนั้นไม่จำเป็นต้องจบตรงสายมาก็สามารถเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ ซึ่งเอาจริงๆ โปรแกรมเมอร์เก่งๆ หลายท่านเลยก็ไม่ได้จบ IT มาโดยตรง ซึ่งปัจจุบันนั้นสายงานโปรแกรมเมอร์เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นหากตั้งใจจริงและอยากที่จะเป็น ก็สามารถฝึกฝนเรียนรู้ได้ เรื่องวุฒิการศึกษาเป็นเรื่องรอง เพราะในสมัยก่อนนั้น ก็ไม่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบสักเท่าไหร่ อยู่ที่ใจรักมากกว่าว่ารักการเป็นโปรแกรมเมอร์ มากแค่ไหน ก็ทุ่มเทให้กับมันเต็มที่

แต่หากว่าลองสำรวจตัวเองดูแล้ว ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง ก็ไม่ควรไปฝืน อย่ามองว่าได้เงินเยอะอย่างเดียว เพราะมันเป็นอาชีพที่คุณจะต้องทุ่มเทและอยู่กับมันแทบตลอด หากทำเพราะความไม่ชอบไม่นานก็คงทนไม่ได้ เพราะงานด้านนี้จะเจอกับปัญหาหลากหลายอย่างมาก จะต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นและเขียนโค้ดแทบตลอดทั้งวัน แต่หากว่าคิดยังไง อาชีพนี้ก็ใช่สำหรับคุณ ก็หมั่นฝึกฝนตัวเอง เพราะแน่นอนว่าสิ่งที่เรียนมานั้นคงไม่เพียงพอสำหรับงานด้านนี้ จะต้องมีการฝึกฝนเพิ่มเติมด้วย สิ่งที่เรียนมาอาจทำให้เขียนโค้ดภาษาเก่งแค่ภาษาเดียว แต่ในการทำงานอาจให้โค้ดภาษาที่มากกว่านั้น ซึ่งหากหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตัวเองให้เขียนได้หลายๆ ภาษา ก็จะทำให้ได้เปรียบในเรื่องของฐานเงินเดือนด้วย และสิ่งที่สำคัญของการเป็นโปรแกรมเมอร์คือ คิดไว้เสมอว่าการเขียนโค้ดเป็นเรื่องสนุก และคุณจะอยู่กับมันได้ทั้งวัน ซึ่งหากมีความสนุกกับงานแล้วล่ะก็ งานที่ออกมาก็จะดีเยี่ยม ยิ่งทำให้เงินเดือนที่มากที่สุดอยู่แล้วมากขึ้นไปอีก

Author โค้ด ลิง Category Default

ควรเรียนรู้ภาษาอะไรบ้าง

ในปัจจุบันนั้นภาษาที่ 3 นับว่ามีความสำคัญมาก เพราะลำพังภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะในอนาคตประเทศมหาอำนาจไม่ใช่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ ดังนั้นจึงต้องมองหาภาษาที่ 3 เอาไว้เพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง วันนี้ก็จะมาแนะนำภาษาที่ 3 ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ลองเลือกกันได้เลยว่าอยากเรียนภาษาอะไรบ้าง

1. ภาษาจีนกลาง (Mandarin)
ประเทศจีนนั้นเป็นประเทศที่ใหญ่มากและน่าจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งคนที่ใช้ภาษาจีนกลางมีมากถึงพันล้านคนเลยทีเดียว อีกทั้งปัจจุบันประเทศจีนยังเป็นอันดับสองของโลกในเรื่องของเศรษฐกิจอุสาหกรรมต่างๆ ในประเทศแถบตะวันตกนิยมมาตั้งโรงงานในจีนเพราะมีพื้นที่เยอะและแรงงานถูก ดังนั้นจึงมีเศรษฐกิจที่ดี และในอนาคตอันใกล้คาดว่าจีนจะเป็นอันดับหนึ่งในระบบเศรษฐกิจโลก ฉะนั้นเลือกเรียนจีนกลางเอาไว้ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์มาก

2. ภาษาสเปน (Spanish)
เป็นอีกภาษาที่น่าจับตามองมากเลยทีเดียว เพราะภาษาสเปนนั้นใช้กันถึงสามทวีปมีอเมริกาใต้ ยุโปร แอฟริกา ซึ่งคนที่ใช้ภาษาสเปนนั้นมีมากถึง 400 ล้านคน แถมยังเป็นภาษาที่สองของอเมริกาด้วย ดังนั้นหากฝึกฝนเอาไว้ก็ไม่เสียหลาย เพราะมีแนวโน้มว่าภาษาสเปนนั้นจะเติบโตมากกว่านี้และมีความสำคัญในอนาคตทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งหากมีรู้ภาษาสเปนก็จะทำให้ได้เปรียบในการติดต่อธุรกิจต่างๆ ในซีกโลกตะวันตก ดังนั้นหากเริ่มเรียนไว้แต่เนิ่นๆ จะทำให้ได้เปรียบคนอื่นๆ

3. ภาษาญี่ปุ่น (Japanese)
จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนั้นนักลงทุนชาวญี่ปุ่นนิยมมาเปิดธุรกิจที่เมืองไทยกันเยอะ อย่างเช่นกลุ่มบริษัทผลิตสินค้าประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และอาหารเป็นต้น ดังนั้นหากเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นไว้เป็นภาษาที่ 3 จะทำให้หางานง่ายขึ้น เพราะสามารถสื่อสารกับเจ้าของธุรกิจได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นการติดต่อซื้อขาย ด้านธุรกิจ การค้า หรือการทำงานร่วมกับองค์กรญี่ปุ่นก็จะได้รับความไว้วางใจมากกว่าคนที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่เราควรเริ่มศึกษาเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นเอาไว้เป็นภาษาที่สามด้วย

4. ภาษาฝรั่งเศส (French)
เป็นอีกภาษาที่ชาวตะวันตกนิยมใช้กัน โดยใช้กันถึง 5 ทวีปเลยทีเดียว ซึ่งมีคนพูดฝรั่งเศสประมาณ 200 ล้านคน และในประเทศใหญ่ๆ ยังใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ 2 อีกด้วย ซึ่งในอดีตนั้นฝรั่งเศสเป็นประเทศล่าอาณานิคม ทำให้ประเทศเมืองขึ้นต่างๆ ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักไปด้วย อย่างเช่นในสหภาพยุโรป ไอโอซี ยูเนสโก้ และองค์การสหประชาชาติ ก็สื่อสารกันเป็นภาษาฝรั่งเศส โดยปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ถ้าเรารู้ภาษาฝรั่งเศส มีโอกาสที่เราจะได้ทำงานด้านท่องเที่ยวและอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เหมาะกับผู้ที่อยากจะเป็นไกด์นำเที่ยวและผู้ที่อยากจะเข้าทำงานกับเจ้าของธุรกิจที่เป็นชาวฝรั่งเศส

ถ้าสนอยากไปต่างประเทศ

Author โค้ด ลิง Category Default